• หุ้นเอเชียร่วงจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในฮ่องกง
  • นักลงทุนยังคงจับตาดูการเจรจาการค้า
  • ทองคำร่วงหนักสุดในรรอบสองปี

 

ตลาดหุ้นสหรัฐที่ทำสถิติปิดสูงสุดเมื่อวันศุกร์ดูเหมือนจะไม่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดเอเชียในเช้านี้ ดัชนี Hang Seng Index ของฮ่องกงร่วงไป 2% ในช่วงเริ่มต้นเซสชั่น ขณะที่ Shanghai และ Shenzhen Composites ของจีนต่างร่วงลงไปมากกว่า 1%

ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในฮ่องกงเป็นอีกครั้งที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องอยู่ในท่าตั้งรับ การวิ่งขึ้น 12% ของ HSI ตั้งแต่จุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคมนั้นได้แรงหนุนหลักๆ มาจากความเชื่อมั่นต่อแรงเสี่ยงลงทุนทั่วโลก หากสถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้จะไม่ใช่แค่เพียงลากหุ้นท้องถิ่นลงต่ำไป แต่จะรวมทั้งภูมิภาคด้วย สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้จากรายงานคือมีผู้ประท้วงสองคนถูกยิงโดยตำรวจในการประท้วงครั้งใหญ่

การเจรจาการค้าที่ไม่สามารถคาดเดาได้

สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทั่วโลกมีเทรนด์ที่สูงขึ้นในช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมาจากสัญญาณของความคืบหน้าในข้อตกลงการค้าเฟสหนึ่งระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกที่น่าจะช่วยให้สงครามการค้ายุติลงได้ ความหวังยังคงมีอยู่สูงที่ข้อตกลงจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า แต่เนื้อหาของข้อตกลงนี้ยังคงไม่ชัดเจน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้รับข่าวที่ขัดแย้งกันจากทั้งสองฝ่าย ครั้งแรกมีความสับสนเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่จะลงนาม  ต่อมาก็มีแถลงการณ์จากโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวว่าสหรัฐกับจีนได้ตกลงที่จะย้อนกลับภาษีนำเข้าส่วนหนึ่่งของแต่ละฝ่าย แต่แล้วในวันศุกร์ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้กล่าวว่าเขายังไม่ได้ตกลงที่จะย้อนกลับภาษีใดๆ ที่กำหนดไว้แล้ว ข่าวที่น่างงงวยเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการแบ่งฝ่ายภายในฝ่ายบริหารของทำเนียบขาวอย่างชัดเจน แต่นักลงทุนก็ยังคงมองโลกในแง่ดีว่าจะมีข้อตกลงเกิดขึ้น คำถามที่สำคัญในตอนนี้คือมีการปรับราคาล่วงหน้ารอข้อตกลงนี้ไว้มากเท่าใดแล้ว? ณ ตอนนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดหวังนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากข้อตกลงการค้าไม่รวมถึงการย้อนกลับภาษีนำเข้าจำนวนมากในก่อนหน้านี้

 

ทองคำประสบกับสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ 2017

จากการที่หุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทองคำจะถูกลงโทษ โลหะมีค่าปิดลดลง 3.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขณะที่ผลตอบแทนตราสารหนี้ของสหรัฐแบบ 10 ปีขยับเข้าใกล้ 2% สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นในตลาดพันธบัตรคือเส้นอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ได้พุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนโดยที่สเปรดของ 2 ปี/10 ปีขึ้นไปแตะ 26.7 จุด

หากเทรนด์การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและตลาดหลักทรัพย์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ ทองคำจะยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน จากที่กล่าวไป นักลงทุนระยะยาวบางรายจะเห็นการปรับลงของราคาทองคำนี้เป็นโอกาสในการสะสมสถานะ

สหรัฐในสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง

นักลงทุนจะยังคงคอยติดตามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้เนื่องจากพาดหัวข่าวใดๆ ที่เข้ามาจะส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์

ในด้านของข้อมูล ดัชนียอดขายปลีกของสหรัฐเมื่อวันศุกร์เป็นข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง ในเดือนกันยายน ยอดค้าปลีกลดลงอย่างคาดไม่ถึง 0.3% ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นในจำนวนเดียวกัน ผู้บริโภคในสหรัฐมีส่วนร่วม 70% ต่อ GDP ของประเทศและหากมีสัญญาณใดๆ ว่าผู้บริโภคเริ่มลังเลที่จะใช้จ่ายก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้อมูลเพียงจุดเดียวไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ข้อมูลที่ไม่ดีสองหรือสามเดือนก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน

สัปดาห์นี้ เราจะคอยฟังคำแถลงจากนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟดรวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจเมื่อเขาแถลงต่อหน้าคณะกรรมการเศรษฐกิจร่วมในรัฐสภาในวันพุธ จากการที่เฟดอยู่ใน 'โหมดรอดู' เทรดเดอร์จะพยายามสรุปว่ามีโอกาสที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมหรือไม่

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหาในบทความนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นส่วนตัวและไม่ควรตีความเป็นคำแนะนำส่วนตัว และ/หรือคำแนะนำด้านการลงทุนอื่น ๆ และ/หรือข้อเสนอ และ/หรือคำชักชวนสำหรับการทำธุรกรรมใด ๆ ในตราสารทางการเงิน และ/หรือการรับประกัน และ/หรือการคาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต ForexTime (FXTM) พันธมิตร ตัวแทน กรรมการ เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของบริษัทจะไม่รับประกันความเที่ยงตรง ความถูกต้อง ความทันเวลาหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลใด ๆ หรือข้อมูลที่พร้อมใช้และถือว่าไม่มีความรับผิดต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการลงทุนใด ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน